โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย • แสดงกระทู้ - น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

การจัดการความรู้

น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 09 ส.ค. 2012, 16:18

กูรูกล่าวว่า เมื่อเกิดการทำผิดจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ระเบียบ ไม่ได้

จึงขอนำสาระที่น่ารู้มาฝากกันค่ะ

เป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
(รวมทั้งป้องกันการกระทำผิด เพราะไม่รู้ เฮ้อ........... เสียวจัง !)

เรื่องที่ 1 รับเงิน เบิกเงินจ่ายเงิน ยืมเงิน ดำเนินการพัสดุ ของทางราชการ ต้องมีวินัย
แนบไฟล์
money awareness.doc
(43 KiB) ดาวน์โหลด 469 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 09 ส.ค. 2012, 17:56

เมื่อเงินบำรุงก็คือเงินงบประมาณ
ดังนั้น เงินบำรุงที่พวกเราใช้ทำงานกันก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ
เงินงบประมาณทำอย่างไร เงินบำรุงก็ทำอย่างนั้น
แต่ยังจะมีระเบียบเงินบำรุงของกระทรวงฯ มาจำกัดขอบเขตการใช้ไว้อีกชั้น
เช่น ไม่ให้ใช้ไปต่างประเทศ การซื้อครุภัณฑ์/ทำสิ่งก่อสร้างจำกัดระดับผู้มีอำนาจอนุมัติ
และก็มีระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข บางอย่างที่ให้ใช้เงินบำรุงเพิ่มจาก
ระเบียบของเงินงบประมาณ เช่น ลูกจ้างชั่วคราว ค่าตอบแทนปฏิบัติงานด้านรักษา ส่งเสริม เป็นต้น

ทีนี้ นอกจากเราจะมีวินัยทางงบประมาณและการคลังแล้ว
เราควรมารู้หลักการงบประมาณเกี่ยวกับรายจ่ายต่อไปนะคะ
แนบไฟล์
_Page_1.jpg
(214.11 KiB) ดาวน์โหลด 554 ครั้ง
_Page_2.jpg
(137.54 KiB) ดาวน์โหลด 520 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 09 ส.ค. 2012, 18:07

เอาละซิ ในเมื่อมีเรื่องราวเกี่ยวข้องมากมายในการใช้จ่ายเงินทองของทางราชการ

พวกเราอยากรู้เรื่องอะไรกันบ้าง ช่วยบอกกล่าว

จะทยอยใส่เข้าไว้ให้นะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 18 ส.ค. 2012, 17:36

เอาเรื่องง่าย ๆ ก่อนนะคะ

เรื่องที่ 2 เงินเดือน ค่าตอบแทน เงินสวัสดิการต่าง ๆ

เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เรามีสิทธิได้รับ จะมีระเบียบมาเกี่ยวข้องกำหนดไว้ทั้งสิ้น
คงยุ่งยากเกินไปถ้าจะนำตัวระเบียบมาสื่อสาร

เงินเดือน คงรู้ว่าเรามีตำแหน่งอะไร ได้เงินเดือนเท่าไร เพดานตันแค่ไหน ครึ่งปีนี้ได้กี่เปอร์เซนต์ ฐานที่ใช้คิดเป็นเท่าไร ฝ่ายการเจ้าหน้าที่เค้าทำให้ และผ่านการตรวจสอบละเอียดยิบ จนผู้ว่าฯ ลงนาม ออกคำสั่ง ได้คำสั่งเมื่อไร ส่งให้ฝ่ายการเงิน เค้าก็จะไปทำตารางข้อมูลของเค้าอีกที แล้วก็ลงข้อมูลในโปรแกรมเงินเดือน จ่ายให้เรา
ส่วนที่สำคัญเกี่ยวกับเงินเดือน คือ เรื่องภาษี กรุณาช่วยแจ้งข้อมูล เพื่อให้ จนท.เค้าหักภาษีด้วย
ซึ่งมีกฎหมาย ประมวลรัษฎากรบังคับอยู่ค่ะ


ข้าราชการจะมีเงินประจำตำแหน่ง ก็ต้องถึงเวลาทำผลงานประเมินขอรับ ต้องมีคำสั่งเหมือนกัน
ระดับชำนาญการ มาจาก ซี 6 - 7 เก่า ตอนเป็น 6 ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง เป็น 7 ถึงประเมินขอ พอเข้าแท่งก็เลยล้อกันมา เป็นชำนาญการตอนแรกยังไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ถ้าจำไม่ผิด 2 ปี ถึงจะขอประเมินได้ ถ้าระดับชำนาญการพิเศษ นอกจากเงินประจำตำแหน่ง ก็จะมีค่าตอบแทนเท่ากับเงินประจำตำแหน่งอีกด้วย ผู้ที่จะได้รับต้องมีตำแหน่งวิชาชีพที่ ก.พ.กำหนด

ส่วนเงินสวัสดิการจากทางราชการ
สำหรับข้าราชการและลูกจ้างประจำ ตัวหลักคือ ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยการศึกษาบุตร
ที่อยากสื่อสารก็คือ เรื่องค่ารักษาพยาบาล ต้องมีข้อมูลของท่านและคนในครอบครัวส่งเข้าฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลางควบคุมให้เป็นปัจจุบัน [b]ทุกท่านมีหน้าที่ต้องนำข้อมูลมาแจ้งที่ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ เมื่อท่านมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล แต่งงาน หย่า มีบุตร ฯลฯ
เมื่อป่วยเป็นคนไข้ใน รพ.จะเรียกหนังสือรับรองสิทธิจากระบบได้เลย
แต่ถ้าเป็นคนไข้นอกต้องไปลงทะเบียนจ่ายตรงกับ รพ.ที่ท่านจะไปรักษาก่อน

ส่วนพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว ใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมค่ะ ได้สิทธิเฉพาะตัว
แต่ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยนอน รพ.ของเราเอง รพ.ก็มีสวัสดิการช่วยเหลือถึงคนในครอบครัวด้วยค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย ado001 เมื่อ 19 ก.ย. 2012, 12:14, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 18 ส.ค. 2012, 17:46

ส่วนเงินช่วยการศึกษาบุตร ก็ขึ้นอยู่กับว่าบุตรเรียนชั้นอะไร เอกชนหรือของรัฐ
เพราะสิทธิที่ได้จะต่างกัน จะมีการปรับปรุงอัตราการเบิกเป็นระยะ
ฝ่ายการเงินเค้าจะต้องคอยถือหนังสือสั่งการฉบับต่าง ๆ เอาไว้เปรียบเทียบว่าได้สิทธิเบิกเท่าไร ค่าอะไรเบิกได้บ้าง
และตามหลักการถ้ามีสิทธิทั้งพ่อและแม่ เค้าจะให้ฝ่ายพ่อเป็นผู้เบิก
ถ้าแม่จะเป็นผู้เบิกต้องมีการแจ้งรับรองจากต้นสังกัดฝ่ายพ่อมาให้


นิดนึงก็คือคำขอเบิก ส่วนใหญ่เขียนไม่ค่อยถูก
หน้าแรกที่มีชื่อลูก ชื่อโรงเรียน ตรงนั้นจำนวนเงินให้ใส่ที่ท่านจ่ายไปทั้งหมด

ส่วนหน้าที่ 2 จะมีให้เลือกว่าเบิกตามสิทธิ ถึงใส่จำนวนที่มีสิทธิเบิก
คิดไม่ถูกก็ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเค้าช่วยคิดค่ะ บริการอยู่

สำหรับเงินค่าตอบแทน กระทรวงสาธารณสุขก็มีสารพัดค่าตอบแทน
ซึ่งต้องเบิกจ่ายจากเงินบำรุง พวกเรารับกันอยู่แล้วคงไม่ต้องกล่าวถึงนัก
แต่ที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง คือค่าตอบแทนฉบับที่ 7
เค้าจะให้ รพท.ใช้ค่าตอบแทนแบบ 4P4 ก็ต้องรอระเบียบกันก่อน
ซึ่งของเก่าก็สั่งยังไม่ให้จ่าย ของใหม่ก็ยังไม่ออก รอ รอ รอ ไปก่อนนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 21 ส.ค. 2012, 09:41

เรื่องที่ 3 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2549
ระเบียบฉบับนี้สามารถใช้อ้างอิงในการขอเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ในการทำงานได้กว้างขวาง
หลักการสำคัญ คือ ต้องใช้ทำงานในภารกิจของหน่วยงาน ต้องพิจารณาถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ

ระเบียบนี้เกิดทีหลัง อ่านชื่อแล้วก็อาจจะงง งง ว่าเป็นเรื่องของผู้บริหาร เพราะใช้บริหารราชการ
แต่ที่จริงเป็นระเบียบที่ครอบค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทน ใช้สอย วัสดุ สาธารณูปโภค และรายจ่ายในลักษณะเดียวกัน
และต้องเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามภารกิจปกติหรือตามนโยบายของทางราชการ
ซึ่งพวกเราที่ทำงานและต้องใช้เงิน ใช้ของ ก็ต้องใช้ระเบียบนี้ประกอบในการเบิกจ่ายเงินด้วย
อาจจะแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1.เป็นค่าใช้จ่ายที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้เฉพาะ มี 2 ลักษณะ
1.1 ให้เบิกจ่ายได้ตามอัตราที่กำหนด เช่น ค่าประกันภัยทรัพย์สิน ค่าเช่ารถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่าเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่ายในการรับรองชาวต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการประชุมระหว่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ค่าเครื่องแต่งตัวข้าราชการที่เดินทางไปราชการ ต่างประเทศชั่วคราว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับศพข้าราชการและลูกจ้างประจำของทางราชการ ซึ่งถึงแก่ความตายในระหว่างเดินทางไปราชการ ค่าตอบแทน เป็นต้น
1.2 ค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามภารกิจปกติหรือตามนโยบายของทางราชการ เช่น การจ้างเอกชนดำเนินงาน ค่าวัสดุ การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ค่าสาธารณูปโภค การจัดประชุมราชการ ค่าตอบแทนล่าม ค่าโล่ ของรางวัล และของที่ระลึกผู้เยี่ยมชม ค่าซ่อมแซมทรัพย์สินของทางราชการ ค่าของที่ระลึกมอบให้ชาวต่างประเทศ ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ
2.ค่าใช้จ่ายอื่นที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งส่วนนี้มีหนังสือที่ กค 0502/ว 101 ลงวันที่ 10 ก.ค.2533 กล่าวถึงค่าใช้จ่ายในหมวดค่าตอบแทน ใช้สอย วัสดุ หรืออื่นๆ ในลักษณะดังกล่าว กรณีที่ไม่มี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ ค.ร.ม. หรือรายการที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้จ่ายในเรื่องนั้นๆ ไว้แล้ว ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณอนุมัติจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริง จำเป็น ประหยัด และเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของหน่วยงาน
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 21 ส.ค. 2012, 09:53

ที่ว่าอยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการ ก็คือ ไม่ได้มีการกำหนดอัตราอะไรบังคับไว้
ผู้อนุมัติเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบให้เบิกจ่ายได้

ซึ่งโดยหลักการบริหารที่ดี ก็ควรมีการเสนอโครงการหรือขอความเห็นชอบมาก่อน
ว่าจะเบิกค่าใช้จ่ายอะไรในการทำงานโครงการ/กิจกรรมนั้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 21 ส.ค. 2012, 10:03

เรื่องที่ 4 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และฉบับที่แก้ไข
ระเบียบนี้ใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างทุกชนิดในการทำงานของเรา

หลักการของระเบียบนี้ คือ แผนความต้องการจะเป็นตัวกำหนดวิธีการจัดหา และต้องขออนุมัติก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงไปดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามวิธีการจัดหาแต่ละอย่างซึ่งขึ้นอยู่กับวงเงิน
วิธีตกลงราคาก็สั่งซื้อสั่งจ้างโดยเจ้าหน้าที่พัสดุ วิธีอื่นมีขั้นตอนอีกเยอะและมีการทำสัญญาลงนามโดยผู้มีอำนาจ
เมื่อรับของแล้วก็ต้องตรวจรับ (ปัญหาส่วนใหญ่ คือ กรรมการเซ็นชื่อตรวจรับโดยไม่ได้ตรวจตัวของ ถ้ามีปัญหากรรมการก็ลำบากไปด้วย)
ถ้าเป็นวัสดุ ต้องลงบัญชีรับวัสดุ แล้วหน่วยงานก็เบิกของ เมื่อจ่ายของก็ต้องลงบัญชีจ่ายวัสดุ
ถ้าเป็นครุภัณฑ์ ต้องให้เลขประจำตัว ลงทะเบียนครุภัณฑ์ เพื่อควบคุมว่าของอยู่ที่ไหน แล้วก็มอบของให้หน่วยเบิก
(ปัญหาของครุภัณฑ์ที่เป็นโอกาสพัฒนา คือ ซ่อมนาน ย้ายที่แต่ไม่แจ้งย้ายทะเบียน ไม่ได้ควบคุมครุภัณฑ์ที่ส่งคืน/ไม่ได้ใช้งาน)

ฉะนั้น ที่เราเคยยืมเงินกันไปซื้อมาก่อน แล้วมาขออนุมัติภายหลัง จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

ระเบียบเปิดไว้ให้ในข้อ 39 วรรคสอง " การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการนั้นดำเนินการไปก่อน แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าส่วนราชการ และเมื่อหัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม" เท่านั้น
แก้ไขล่าสุดโดย ado001 เมื่อ 21 ส.ค. 2012, 12:27, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 21 ส.ค. 2012, 12:02

ในปัจจุบันเรื่องเกี่ยวกับพัสดุกรมบัญชีกลางได้พัฒนาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
และเราก็ถูกระบบที่กรมบัญชีกลางกำหนดขึ้นบังคับให้ต้องปฏิบัติ

ล่าสุด !
เราจะต้องนำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างวิธีตกลงราคาที่มากกว่า 5,000 บาท ทุกแหล่งเงิน
ส่งไปเข้า Web ของเค้า โดยมีหน่วยจัดซื้อทั้งประเทศ 7 หมื่นกว่าหน่วยงาน
จะมีฐานข้อมูลมีข้อมูลผู้ขาย (บริษัท ห้าง ร้าน) ที่เราซื้อหรือจ้าง และมีรายการที่ซื้อหรือจ้างอย่างละเอียด

สิ่งสำคัญที่พวกเราต้องพัฒนา คือ การจัดซื้ออย่างมีแผนให้มากขึ้น
เช่น ความต้องการใช้พัสดุนอกคลัง คงต้องมีการเตรียมการคิดไว้ก่อนว่าต้องการอะไร
และเสนอความต้องการมาให้พัสดุรวบรวมไปจัดซื้อเดือนละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 27 ส.ค. 2012, 13:43

ในส่วนของงานโครงการต่าง ๆ ที่มีการจัดทำเป็นโครงการขึ้นมา
ใช้เงิน PP บ้าง ใช้เงินบำรุง รพ.บ้าง ใช้เงินค่าบริหารจัดการโครงการประกันสุขภาพบ้าง

บางโครงการเป็นโครงการรณรงค์ จะต้องใช้ระเบียบค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
บางโครงการก็เป็นโครงการอบรม จะต้องใช้ระเบียบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
ซึ่งถ้าเป็นโครงการอบรมต้องได้รับการอนุมัติโครงการจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดก่อน
และต้องมีตารางการอบรม ในตารางอบรมก็ต้องมีชั่วโมงการสอน ใส่ชื่อวิทยากรไว้ด้วย
เพราะต้องใช้กระทบการจ่ายเงินค่าตอบแทนวิทยากร


ในโครงการจะมีค่าวัสดุด้วย ต้องดำเนินการตามระเบียบพัสดุ คือ ขอความเห็นชอบก่อนจัดซื้อ
จึงเป็นเหตุผลที่ไม่สมควรให้ยืมเงินโครงการทั้งหมด เพราะส่วนของพัสดุจะเบิกจ่ายเงินเมื่อตรวจรับพัสดุแล้ว
หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องควบคุมวงเงินค่าใช้จ่ายทุกอย่างในโครงการ
ฝ่ายพัสดุจะคุมยอดเงินค่าวัสดุตามโครงการ ฝ่ายการเงินก็ควบคุมวงเงินโครงการด้วยและก็จะเบิกจ่ายเงินไปตามโครงการ
ฝ่ายบัญชีก็บันทึกบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายโครงการ

ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ บางที่มีปัญหาหลายโครงการไม่ได้ดำเนินการ ไม่มีการเบิกจ่ายเงิน ก็ควรกำหนดเวลาดำเนินการโครงการไว้ให้ชัดเจนว่าจะทำเมื่อไร แต่ก็จะมีบางโครงการที่มาเร่งรัดดำเนินการ ถ้าไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น เป็นเงินงบประมาณถูกเร่งรัดให้เบิกจ่าย ในแผนดำเนินการควรเผื่อระยะเวลาการเตรียมการไว้ด้วย ก็จะลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานเจ้าของโครงการกับหน่วยงานสนับสนุนที่ต้องจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ให้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 29 ส.ค. 2012, 09:30

อนึ่ง ได้พบความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้รับผิดชอบโครงการเกี่ยวกับเงินของ สปสช.
กล่าวคือ สปสช.ได้แยกเงิน UC ไปตั้งเป็นกองทุนให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เราพัฒนาการบริการ ฯลฯ
โดยหน่วยงานต้องทำโครงการไปขอเขา เขาก็อนุมัติโครงการให้
ซึ่งการอนุมัติโครงการเหล่านั้นของ สปสช.เป็นการอนุมัติเพื่อให้เงินตามที่เราเขียนขอไป

เมื่อได้รับจัดสรรเงิน เงินจะถูกโอนมาให้หน่วยบริการ
เมื่อเงินเข้ามาจะถือว่าเป็นเงินบำรุง ตามระเบียบเงินบำรุงที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้

การจะใช้เงินบำรุง ได้เรียนไปแล้วว่าใช้เหมือนเงินงบประมาณ
ดังนั้น หากจะทำเป็นโครงการศึกษาดูงาน ฝึกอบรม ก็ต้องใช้ระเบียบฝึกอบรมฯ
ซึ่งการจัดอบรมเอง จัดไปศึกษาดูงานเอง ต้องได้รับอนุมัติโครงการจากนายแพทย์สาธารณสวุขจังหวัดก่อน
(นพ.สสจ.ได้รับมอบอำนาจจาก ปลัดกระทรวงให้เป็นผู้อนุมัติโครงการฝึกอบรม)

เรื่องทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนเงินจาก สปสช.มีอยู่เป็นระยะ จึงขอซ้อมความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 05 ก.ย. 2012, 17:12

เรื่องที่ 5 เงินที่เข้ามาให้เราใช้ใน รพ. มีเงินอะไรบ้าง ใช้ได้เหมือนกันไหม มีข้อจำกัดอะไร
นอกเหนือจากเงินที่ผู้รับบริการจ่ายเงินเอง ซึ่งรพ.ได้รับเป็นเงินบำรุง
เงินที่เข้ามาใน รพ. จะมี 4 กองใหญ่ ๆ
1. เงินงบประมาณทางตรง คือ เงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินสิ่งก่อสร้าง ที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ผ่านกรมต้นสังกัด โดย รพ.เป็นหน่วยงานผู้เบิก ได้มาก็ใช้ไปเท่าที่ได้
2. เงินงบประมาณทางอ้อม คือ ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ที่เบิกจากกรมบัญชีกลาง เราให้บริการผู้ป่วยแบบจ่ายตรงแล้วก็ส่งเบิกผ่าน สกส.ตรวจสอบ แล้วกรมบัญชีกลางก็จ่ายเงินงบประมาณงบกลางค่ารักษาพยาบาลมาให้ เงินกองนี้เรารับมาเข้าเป็นเงินบำรุง รพ. แล้วก็ใช้จ่ายให้การปฏิบัติงาน
3. เงินกองทุนประกันสุขภาพ UC กองนี้มีหลายกองย่อยเยอะมาก เช่น เหมาจ่ายรายหัว OP เหมาจ่าย IP AE HC งบค่าเสื่อม ระดับ CUP ระดับจังหวัด ระดับเขต กองทุนสารพัดโรคอีกมากมาย พอเงินเข้ามาใน รพ. ก็ถือว่าเป็นเงินบำรุง รพ. แต่มีหลักการให้จ่ายให้ลูกข่าย รพ.สต.ได้ กับให้ใช้ทำตามเงื่อนไขของเค้า ต้องกันเงินที่เข้ามาไว้ให้ทำงาน ถ้าทำงานแล้วเงินเหลือก็กลืนกันอยู่ในเงินบำรุง หลักการสำคัญของกองนี้ คือ การส่งข้อมูลรายงานสารพัดแฟ้มและรายงานแยกต่างๆ ของเค้า ใครรับผิดชอบงานต้องทำข้อมูลส่งให้ครบถ้วนกัน (ปีนี้เราก็โดนหักเงินเพราะว่าผลการทำงานน้อยกว่าปีก่อน)
4. เงินกองทุนประกันสังคม กองนี้มีระเบียบต่างหาก ยังไม่ถูกยกเลิก ได้รับแบบเหมาจ่ายมาจากสำนักประกันสังคม รพท.เป็นแม่ข่าย มี รพช.และ รพ.สต.เป็นลูกข่าย ลูกข่ายให้บริการแล้วก็ส่งข้อมูลมา แม่ข่ายก็จะรวมไว้จัดสรร แต่จะมีถูกเรียกเก็บกรณีผู้ประกันตนที่เลือก รพ.เรา ไปรับบริการที่อื่น เค้าจะเรียกเก็บค่ารักษามา รพ.ก็ต้องตามจ่ายให้เค้าก่อน กองทุนเหลือเท่าไรก็คิดค่าบริหารจัดการ 2.5 % ต้องกันไว้ใช้รวมกันในเครือข่าย เช่น ใช้จัดอบรมจนท. ใช้พัฒนาผู้ประกันตน ที่เหลือเอาเข้าสูตรจัดสรรแบ่งเค๊กกัน ส่วนที่ รพ.ได้รับจัดสรร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เข้าเงินบำรุง ก้อนนี้ก็จะนำไปลดยอดลูกหนี้ที่ผู้ประกันตนมารักษากับเรา อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินพัฒนา รพ.และค่าตอบแทน จนท. ก็จะรับเป็นรายได้ประกันสังคม แล้วเวลาใช้ก็ใช้ด้วยระเบียบเงินประกันสังคม ซึ่งคล้าย ๆ เงินบำรุง นั่นเอง



เหนื่อยหัวใจไหมค้า.... :shock:
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 05 ก.ย. 2012, 17:48

เงินที่เข้ามาใน รพ.ยังมีกองเล็กกองน้อยอีก แต่ถ้าคิดเป็นเงินแล้ว เป็นเงินส่วนน้อยที่ได้รับ ได้แก่
- เงินค่ารักษาเรียกเก็บจากต้นสังกัด กลุ่มนี้เป็นกรณีผู้ป่วยในใช้สิทธิรัฐวิสาหกิจและท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้า โทรศัพท์ ขนส่ง รถไฟ อบจ. อบต. ไปรษณีย์ ก็เป็นการขายเชื่อ รับเป็นเงินบำรุง
- เงินค่ารักษา พรบ.รถ ถ้าเข้าข่ายตามเงื่อนไข เราก็ให้บริการแล้วเรียกเก็บไปที่บริษัทประกันภัย บริษัทกลางผู้ประสบภัยจากรถ เป็นการขายเชื่อ รับเป็นเงินบำรุง
- เงินกองทุนประกันสังคมที่อื่น ถ้าเข้าข่ายตามเงื่อนไข เราก็ให้บริการรักษาแล้วเรียกเก็บไปที่กองทุนผู้ดูแลผู้ประกันตนรายนั้น หรือเรียกเก็บไปที่กองทุนประกันสังคมใหญ่ ก็จะเป็นเงินบำรุง เป็นการขายเชื่ออีกกลุ่ม
- เงินค่าตรวจสุขภาพ บางหน่วยงานก็ส่งมาตรวจเป็นกลุ่ม รพ.ให้บริการแล้วจึงเรียกเก็บเงิน ก็เป็นเงินบำรุง
- เงินค่าบริการอื่น ๆ บางหน่วยบริการเค้าไม่ทำ แล้วเค้าก็ส่งมาให้ รพ.เราทำ ให้บริการแล้วก็คิดเงินกลับไป ก็เป็นเงินบำรุง
- กองทุนแรงงานต่างด้าว กองนี้น้อยมากในบ้านเรา แต่ถ้าเป็น จว.ชายแดน จว.มีธุรกิจเยอะ...เค้าก็มีเยอะค่ะ
ถึงจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็เป็นรายได้ส่วนหนึ่งของ รพ. ช่วยกันหา ก็ดีนะคะ


โดยสรุปแล้ว ระเบียบที่ต้องใช้กับเงิน รพ.ด้านรับ คือ
ระเบียบเงินงบประมาณ ระเบียบเงินบำรุง ระเบียบเงินประกันสังคม

และที่สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ของเรื่องการให้บริการขายเชื่อ ก็คือ ข้อมูลลูกหนี้รายตัว ต้องมีเป็นราย ๆ ไป เงินที่เรียกเก็บได้มาต้องลดยอดลูกหนี้แต่ละรายนั้น ๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 19 ก.ย. 2012, 10:33

เรื่องที่ 6 ค่าใช้จ่ายฝึกอบรม กับ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

เป็นค่าใช้จ่ายที่พวกเราต้องเขียนเอกสารเพื่อขอเบิกเงินกันมาก ก่อนไปบางทีก็มีการยืมเงิน
จะมีประเด็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จะทำความเข้าใจ ดังนี้

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการถูกกำหนดด้วยพระราชกฤษฎีกาฯ และให้เบิกตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. ... (จะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะตามเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลง) ปกติใช้กับการไปราชการเพื่อปฏิบัติงานต่างๆ ที่ไม่ใช่การฝึกอบรม

ส่วนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จะเบิกตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ... ขณะนี้มีฉบับ พ.ศ.2549 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552
การฝึกอบรม หมายถึง การอบรม ประชุม / สัมมนา (วิชาการ เชิงปฏิบัติการ) บรรยายพิเศษ ฝึกศึกษา ฝึกงาน ดูงาน
มีโครงการ/หลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคคล / เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
* ไม่มีการรับปริญญา/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ไม่ใช่หลักสูตรการเรียนการสอน ไม่ใช่การประชุมหารือ ประชุมทำงาน
ซึ่งจะกำหนดว่าสามารถเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง เป็นข้อกำหนดสำหรับการจัดฝึกอบรมเอง

แต่การฝึกอบรมที่มีผู้อื่นจัดและเชิญมาให้ส่งบุคลากรไปร่วม ซึ่งเมื่อเป็นกรณีที่ผู้จัดไม่ได้จัดอารหาร ที่พัก ยานพาหนะให้ หรือจัดให้บางส่วน ตรงนี้แหละที่ระเบียบกำหนดให้ไปใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชกฤษีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ เราจึงใช้เอกสารขอเบิกทุกอย่างเหมือนการเดินทางไปราชการในการฝึกอบรม และเบิกค่าลงทะเบียน หรือค่าอาหารตามที่ผู้จัดเค้าเรียกเก็บ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

Re: น่ารู้ : เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับเงินทองของราชการ

โพสต์โดย ado001 เมื่อ 19 ก.ย. 2012, 11:29

ถ้ามีการยืมเงิน ก็เขียนข้อมูลการยืมเงินที่หัวกระดาษของใบขอเบิกค่าใช้จ่ายด้วย
และที่หน้า 2 ตอนกลาง ๆ ก็ลงชื่อผู้รับเงิน และเลขที่สัญญายืมเงินด้วย
ถ้าเดินทางมากกว่า 1 คน ให้เขียนหลักฐานการจ่ายแบบฟอร์มใบขวางด้วย และให้ผู้ยืมเงินลงชื่อผู้จ่ายเงินได้เลย
เค้าถือว่าผู้ยืมเงินเป็นผู้จ่ายเงินให้แต่ละคนไงคะ
แต่ถ้าไม่ได้ยืมเงินต้องเว้นไว้ให้เจ้าหน้าที่การเงินเค้าเป้นผู้ลงชื่อผู้จ่ายเงินค่ะ
และถ้าเดินทางไปคนเดียว หลักฐานการจ่ายที่เป็นแบบฟอร์มใบขวางไม่ต้องใช้ค่ะ

อีกส่วนที่เจอบ่อย ๆ คือ ขออนุญาตไปด้วยกันหลายคน แต่ต่างคนต่างกลับมาเขียนรายงานเดินทางเบิกเงิน
ที่จริงขออนุญาตไปด้วยกัน ก็ให้เขียนเบิกในคำขอเบิกเงินชุดเดียวกันได้
ท่านอาจจะบอกว่าเดินทางไม่พร้อมกัน ออกจากที่พักคนที่ ไปพักคนละแห่ง
ตรงนี้ใช้หมายเหตุในการอธิบายและนับเวลาของแต่ละคนได้ค่ะ
โดยเขียนหลักฐานการจ่ายค่ายานพาหนะคนละฉบับก็ได้ ถ้าไม่ได้ไปด้วยกัน หรือแยกกันไปพักคนละที่
แต่หากท่านพักที่เดียวกัน ตรวจขอเบิกอ่านรายงานเดินทางแล้วเหมือนจะเดินทางรถประจำทางคันเดียวกัน
ท่านควรจะเบิกค่ารถรับจ้างไปที่พักร่วมกันได้ไงคะ พอท่านไปต่างคนต่างเขียนต่างคนต่างเบิกก็จะไม่เหมาะสมค่ะ
(เรื่องนี้เคยถามจากคลังจังหวัด และที่ทำงานเก่าก็ปฏิบัติแบบนี้)
ประหยัดทั้งไม่ต้องสำเนาบันทึกขออนุญาต ประหยัดแบบฟอร์มที่ใช้ขอเบิก และประหยัดการถ่ายเอกสารที่ใช้แนบเบิก
เพราะการจะให้จ่ายเงินได้ ต้องการหลักฐานที่มาประกอบเยอะให้เห็นที่มาที่ไป ถึงจะดูรู้เรื่อง

อนึ่ง ในการขอเบิกค่าใช้จ่าย หลักฐานที่ขาดไม่ได้เลยคือหนังสือเชิญและตารางการประชุม/อบรมนะคะ
เพราะต้องมีประกอบการตรวจสอบ แล้วก็จะรู้ว่าผู้จัดจัดอะไรให้ หรือเรียกเก็บอะไร ท่านจะเบิกค่าอะไรได้แค่ไหนน่ะคะ

และถ้าท่านยืมเงิน ท่านต้องรีบเขียนรายงานเดินทางมาส่งใช้เงินยืมโดยเร็ว ไม่ให้เกิน 15 วัน นับจากกลับมา
ที่จริง ฝ่ายการเงินเค้าสามารถหักเงินเดือนท่านคืนเงินยืมได้นะคะ แต่เราก็ให้เกียรติกัน คอยตามเอา
แต่ฝ่ายการเงินเค้าจะมีความผิดวินัยการเงินการคลังค่ะ ที่ปล่อยให้ใบยืมค้างเกินกำหนด
ภาพประจำตัวสมาชิก
ado001
 
โพสต์: 781
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2006, 10:53

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง KM

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน